การจัดการด้านการเงิน การออมเงิน เป็นหน้าที่เพื่อภารกิจของคนวัยทำงาน

     เมื่อแนวโน้มสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ความรุนแรงในการแข่งขัน และการแก่งแย่งปัจจัย 4 เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตให้อยู่รอด  สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ทางสังคม ขนาดของครอบครัวเปลี่ยนไป ในอดีตขนาดครอบครัวใหญ่มีลูกมาก ปัจจุบันกลายเป็นสังคมที่มีขนาดครอบครัวเล็กลง จึงทำให้วัยทำงานมีน้อยลง  แต่วัยชรากลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

การจัดการด้านการเงิน

     จากข้อมูลสถิติสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ระบุไว้ว่าในปี 2568 หรืออีก 17 ปีข้างหน้า  ประเทศไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 14.5 ล้านคน จากจำนวนประชากรในปี 2548 ซึ่งในปัจจุบันคนวัยทำงาน 7 คนต้องเลี้ยงดูคนวัยชรา 1 คน  แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้าอัตราวัยทำงานที่ดูแลคนวัยชราจะลดลงเป็นคนทำงาน 4 คนต้องเลี้ยงดูคนวัยชรา 1 คน และในอีก 40 ปีก็จะเหลือไว้ทำงานเพียงแค่สองคน  แต่ต้องเลี้ยงดูคนวัยชรา 1 คนเท่านั้น  หมายความว่าหน้าที่ของคนวัยทำงาน จะเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 เท่าในอีก 40 ปีข้างหน้าสำหรับการดูแลเลี้ยงดูคนวัยชรา

     สังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญก้าวหน้า ทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์  ทำให้คนเรามีอายุไขเฉลี่ยเพิ่มขึ้น  แต่เมื่อคนเรามีอายุยืนยาวขึ้น นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลตนเองการรักษาพยาบาล การเจ็บป่วยและค่าใช้จ่ายในการซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในชีวิตประจําวันจะสูงขึ้น จึงกลายเป็นปัญหาของคนวัยทำงาน นอกจากจะต้องเตรียมตัวเตรียมแผนดูแลตนเองแล้ว ยังต้องเตรียมการสำหรับเลี้ยงดูคนชรา นั่นคือพ่อแม่ปู่ย่าตายายของเรานั่นเอง

      จากความเจริญทางด้านเศรษฐกิจและภาวะค่าเงินที่ลดลง ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกๆปี ขอขยายความ ใน 5 ปีที่แล้วใช้เงิน 20 บาท ก็สามารถซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 1 ชาม แต่ในปัจจุบันเราต้องจ่ายค่าก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาท แสดงให้เห็นว่า 5 ปีอัตราค่าของเงินจะลดลง 1 เท่าตัวนั่นหมายความว่า 40 ปีข้างหน้า ถ้าค่าของเงินลดลงตามอัตราที่กล่าวไว้ มีความเป็นไปได้ ที่ก๋วยเตี๋ยวจะมีราคาชามละ 480 บาท

      ในกรณีที่มีลูกก็ย่อมต้องเตรียมการ ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเตรียมตัวช่วงตั้งครรภ์ ค่าผ่าตัด ค่าเลี้ยงดู ค่าเล่าเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพวกเขา แต่สำหรับตัวของคนวัยทำงานเอง ก็ต้องเตรียมแผนไว้สำหรับตนเองเช่น ค่าอยู่ ค่ากิน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเช่าบ้านค่าใช้จ่าย ที่ต้องจ่ายประจำ ค่าไฟเป็นต้น  นอกจากนี้ยังต้องเตรียมแผนในวัยสูงอายุ จากปัจจัยที่กล่าวมา ทั้งหมดคือภาระหน้าที่ของคนวัยทำงานจะต้องรับผิดชอบ จากภาระที่หนักขึ้น มันคือค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น มันคือเงิน มันคือรายได้จากการทำงาน ดังนั้นวัยทำงานต้องมีแผน มีระบบในการจัดการทางการเงินเพื่อสร้างสมดุลในชีวิต

การจัดการด้านการเงิน

       การจัดการด้านการเงิน สำหรับวัยทำงานคือ นำเงินที่ได้จากการทำงานควรต้องแบ่งเป็นสัดส่วน ต้องมีระบบรูปแบบการออมและการวางแผนทางการเงินให้สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้

      1 เปลี่ยนวิธีการออม ปกติคนเรามักคิดว่าจะออมได้ก็ต่อเมื่อ  มีเงินเหลือจากค่าใช้จ่ายแล้ว  แต่ปรกติแล้วมนุษย์วัยทำงาน จะยังคงรักสนุกกับการใช้ชีวิต รายได้ที่ได้รับระหว่างเดือน จะใช้ไปกับการกินเที่ยวจึงไม่มีเงินเหลือให้เก็บออม  ดังนั้นต้องสร้างวินัยในการออมรูปแบบใหม่นั่นคือ อ้อมก่อนแล้วนำเงินที่เหลือไปใช้ หากรายจ่ายมีมากก็ต้องพยายามลด ค่าใช้จ่าย ทยอยใช้หนี้จนหมด กินเที่ยวให้น้อยลง

      2 เปลี่ยนรูปแบบการออม คนวัยทำงานที่ทุ่มเทและมุ่งมั่นทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ จึงทำให้คนวัยทำงานมักขาดความรู้ทางการเงิน รวมทั้งไม่ค่อยมีเวลาที่จะได้เรียนรู้ทางการเงิน  จึงนำเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายก็เก็บหรือไม่ก็นำไปลงทุนแบบปลอดภัยเช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาล การฝากเงินกับธนาคาร เพื่อเอาดอกเบี้ย แต่ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นมีค่าน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อมาก  หมายความว่ามูลค่าของเงินต้นที่ฝากก็จะลดลงตามไปด้วย  ดังนั้นควรเรียนรู้ทางการเงินและเปลี่ยนรูปแบบการออมด้วยวิธีการลงทุนเช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้คนอื่นเช่า การลงทุนหรือการออมในหุ้น ถึงแม้ว่าการลงทุนที่กล่าวมา จะมีความเสี่ยงสูง  แต่โอกาสที่จะทำให้ค่าของเงินเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยจากการด้อยค่าของเงินจากเงินเฟ้อได้

      3 วางแผนทางการเงินสำหรับพ่อแม่ตั้งแต่วัยยังไม่เกษียณ ให้พ่อแม่รู้จักวิธีการจัดการทางการเงินที่เหมาะสม มีการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงวัย มีระบบในการจัดการกับสภาพคล่อง  ช่วยให้ท่านดูแลและจัดการกับหนี้สินให้หมดไป สิ่งดังกล่าวจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนวัยทำงานได้  ในกรณีที่พวกท่านไม่มีรายได้แล้ว เราก็อาจจะต้องออมและแบ่งรายได้บางส่วนสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆให้กับผู้มีพระคุณ

      4 วางแผนทางการเงินสำหรับตนเอง ในระหว่างวัยทำงานและในช่วงวัยเกษียณ การออมเงินจะต้องจัดสรรปันส่วนให้เป็นหมวดหมู่ ตามลักษณะของค่าใช้จ่ายเช่น ออมเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล ออมเพื่อการลงทุน ออมเพื่อวัยเกษียณเป็นต้น และนอกจากนี้แล้วยังต้องแบ่งเงินบางส่วนไว้เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าใช้จ่ายทางสังคมและค่าใช้จ่ายทางภาษี

     5 การวางแผนการศึกษาสำหรับลูก ไม่อยากให้ลูกตกระกำลำบาก วิธีที่ดีที่สุดก็คือการป้องกัน การเตรียมความพร้อมในพื้นฐานด้านต่างๆ ให้กับลูกอันเป็นสุดที่รัก มีการเตรียมพร้อมค่าใช้จ่าย ในการดูแลให้พวกเขให้เจริญเติบโตมีพัฒนาการที่ดีเหมาะสมกับช่วงอายุวัย วางแผนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา รวมถึงสอนให้พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการหาเงินตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้ลูกรู้จักวิธีในการดูแลตนเองและสามารถพึ่งพาตนเองได้

      การสอนวินัยทางการเงินให้ลูกตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก สอนให้เขารู้คุณค่าของเงิน ด้วยวิธีที่ให้เขารู้ว่ากว่าจะได้เงินต้องแลกด้วยการทำงานเช่น หากพวกเขาอยากได้ของเล่นที่ตนเองชอบ ก็ให้พวกเขาทำงานบางอย่างให้สำเร็จก่อนถึงจะได้รับเงิน  หรือวิธีให้เงินกับเขาเพียงบางส่วน หลังจากนั้นให้เขาคิดวิธีเพื่อจะทำให้เงินของเขาเนื้องอกเงยได้ ถึงจะทำให้ทำให้ภาระหน้าที่ของคนวัยทำงานลดลง

บทความที่น่าสนใจ อิสรภาพทางการเงิน

 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *