วิธีมองโลกในแง่ดี คิดบวกพลิกวิกฤต เปิดโอกาสชีวิต

      กราฟชีวิตมีจุดสูงสุดแล้วย่อมมีจุดต่ำสุดของชีวิตเสมอ แต่ชีวิตบางคนมันเหมือนกับว่าเส้นกราฟของชีวิต มันจะเป็นเส้นตรง เหมือนกับว่าชีวิตจมอยู่บนความทุกๆวัน คนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้ ชีวิตก็เหมือนกับนิยายที่สวรรค์ได้ส่งเทวดาหรือนางฟ้าที่น่ารักมาพร้อมกับพรสวรรค์อย่างหนึ่งให้ลงมาเกิดบนครอบครัว อยู่กับสังคมที่แรงแค้นและต้องทนอยู่กับความขัดสน ที่มีหนี้สินหรือไม่ก็อดมื้อกินมื้อ มีภาระมากมายเช่นต้องคอยดูแลคนในครอบครัวที่เจ็บป่วยเป็นโรคร้าย แต่ไม่มีโอกาสได้รักษากับหมอดีๆจนหายขาด

         เมื่อความทุกข์เหล่านี้มันเกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์ธรรมดาโดยส่วนใหญ่ย่อมถูกความคิดเชิงลบเหล่านี้  ให้มันกัดกินจิตใจ จนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน บางคนได้คอยตามอารมณ์ในช่วงวิกฤต ก็มักจะหลงทางมักคิดมากและมีความเครียด เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างไร  จนทำให้บางคนคิดสั้น คิดว่าตัวเองคือตัวปัญหา ตัดสินใจจบชีวิต บางคนคิดมากเครียดจนถึงขั้นล้มป่วย  แต่บางคนก็ยังมีชีวิตที่สามารถค้นหาทางออกให้กับตนเองได้  เพียงแค่เปลี่ยนความคิดด้วยการเปลี่ยน วิธีมองโลกในแง่ดี คิดบวก จนสามารถพลิกชีวิตตนเองให้กลายเป็นคนที่มีพลังชีวิตใหม่ เป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้

วิธีมองโลกในแง่ดี

เทคนิค วิธีมองโลกในแง่ดี

    1 เมื่อเราต้องมีภาระรับผิดชอบที่มากมาย อาจจะเป็นกำลังหลักของครอบครัวที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ไม่มีเงินทอง เช่นมีภาระต้องดูแลคนในครอบครัวที่ป่วยไข้ เช่น น.ส.วันดี ซึ่งในช่วงเวลาพักเที่ยงต้องกลับไปป้อนข้าวให้แม่ที่กำลังป่วย ดังนั้นให้คิดว่า เราคือนางฟ้าหรือเทวดาที่สวรรค์ส่งให้มาช่วยเหลือคนอื่น ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ให้มีทางออกชีวิตที่ดีขึ้น

    2   เมื่อเราประสบความล้มเหลวกับการทำอะไรบางอย่าง ให้คิดว่า สิ่งนั่นคือบทพิสูจน์ เพื่อฝึกความอดทนและฝึกให้รู้จักการรอคอยโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า  คนที่ประสบความสำเร็จย่อมก้าวผ่านความล้มเหลวมาก่อน ซึ่งความล้มเหลวมันจะกลายเป็นบทเรียน สำหรับการมองหาสิ่งที่เป็นสาเหตุของความไม่ประสบความสำเร็จแล้วจะทำให้เรารู้ว่า จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและต้องพัฒนาคุณสมบัติอะไรบ้าง เพื่อจะได้รับรางวัลแห่งชัยชนะ

    3   เมื่อชีวิตกำลังเผชิญกับโรคร้าย ให้คิดว่านี่คือโอกาสดี ที่จะทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้ตนเอง  ปัจจุบันการดำรงชีวิตของคนส่วนใหญ่ ต้องยืนอยู่บนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง เราก็มักจะคล้อยตามวัฒนธรรมทางสังคมและการใช้ชีวิตที่รีบเร่ง ไปตามสภาพแวดล้อมที่บีบบังคับให้เรากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัว  การที่ได้อยู่กับตัวเองบ้าง จะช่วยทำให้จิตใจสงบมากยิ่งขึ้น  สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตเกิดมาย่อมต้องดับสูญ  ดังนั้นการให้เวลาที่เหลืออยู่กับตนเอง จะช่วยทำให้เราสามารถค้นพบความเป็นตัวตนที่แท้จริงได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสดี ที่จะได้นำประสบการณ์ชีวิตจริงของเรา ไปถ่ายทอดและแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่นๆที่ยังไม่รู้ได้รู้ ก่อนที่จะกลายเป็นโรคร้ายเหมือนกับตัวคุณ การแบ่งปันความรู้เหล่านี้ให้กับคนอื่นๆ ก็เป็นการสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่  หากเรายังไม่สามารถกระตุ้นความคิดของตนเองได้ ให้พาตนเองไปดูคนไข่ที่ป่วยในโรงพยาบาล ที่กำลังทุกข์ทรมานร้องโอดโอยกับความเจ็บปวด  คนเราจะหลีกหนี การเกิดแก่เจ็บตายไปไม่ได้

     4  หากคิดว่ากำลังทุกข์กับชีวิตที่ขาดแคลน ไม่มีความสะดวกสบายในหลายอย่าง  ให้มองหาคนที่ทุกข์กว่า เช่นการไม่มีรถยนต์เพื่อใช้ในการเดินทาง  ให้มองไปที่เด็กชาวเขาที่ต้องเดินทางหลายสิบกิโลเมตรและบนเส้นทางนั้น ซึ่งในช่วงหน้าฝนจะต้องบุกป่าลุยโคลน เพื่อเดินทางไปโรงเรียน  ควรนำเวลาที่เรามัวแต่คิดเล็กคิดน้อย ไปพัฒนาทักษะเพิ่มศักยภาพให้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ  ถ้าคิดว่าตัวเองกำลังทุกข์และต้องทำงานหนัก แล้วยังต้องอดมื้อกินมื้อ  ให้มองไปยังคนที่ต้องใช้ฟุตบาทข้างทางถนนเป็นที่หลับนอนและไม่มีอาหารกิน ต้องไปคุ้ยเขี่ยในถังขยะ

วิธีมองโลกในแง่ดี

    5 เมื่อชีวิตกำลังเผชิญกับปัญหาการหย่าร้าง เป็นครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว  ให้คิดว่านี่คือโอกาสดีที่จะ ได้ตัดต้นเหตุของความทุกข์ อันเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน  เป็นการเปิดโอกาสดีที่จะทำให้ตัวเองได้เรียนรู้ความแตกต่างในบทบาทหน้าที่  ซึ่งจะต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาพร้อมๆกันให้แก่ลูก

    6 เมื่อกำลังทุกข์อยู่กับบทบาทหน้าที่ การทำงานที่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น  ให้คิดว่ามันเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้ ความรู้ใหม่ๆ อย่าตัดสินใจด้วยการลาออก หากมันคิดไม่ตก ให้ลองมองไปยังผู้คนกำลังแข่งขันกัน เพื่อหางานทำในตลาดแรงงานหรือไม่ก็มองไปยังคนที่กำลังมาสมัครงานหน้าบริษัทที่คุณกำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

    7  เมื่อชีวิตกำลังตกอยู่กับภัยร้ายต่างๆ ที่ไม่คาดคิดเช่นเกิดอุบัติเหตุ บ้านไฟไหม้หรือมีการสูญเสียจากภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ให้คิดถึงความไม่ประมาท ก่อนลงมือทำสิ่งต่างควรคิดถึงความเสี่ยงต่างๆ ให้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น เราไม่สามารถทำนายได้ว่า จะยืนอยู่บนโลกนี้ได้อีกกี่นาทีกี่ชั่วโมง ให้คิดว่าต้องลงมือทำงานสำคัญเร่งด่วนเป็นลำดับแรกการค้นหาความเสี่ยงให้รอบด้าน แล้วจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นโดยไม่ประมาท เมื่อภัยร้ายมันเกิดขึ้นได้เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ฟ้าหลังฝนย่อมดูสดใสกว่า  อย่าจมอยู่กับความสูญเสีย เมื่อชีวิตยังมีลมหายใจ เราย่อมสร้างสิ่งต่างๆมาทดแทนสิ่งเดิมได้  ดังนั้นควรใส่ใจกับการสร้างเกราะกำบังภัยร้าย ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

    8 การเปลี่ยนแปลงต่างๆในช่วงเริ่มต้นมักมีความทุกข์ โลกย่อมมีวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่เสมอ หากชีวิตเริ่มเปลี่ยนไปในบนเส้นทางที่เลวร้าย ให้คิดว่านั่นคือช่วงเริ่มต้นของการเรียนรู้ เพื่อให้เราแข็งแกร่งขึ้นและได้เรียนรู้ว่า ก่อนที่จะประสบความสำเร็จได้ ปัญหาต่างๆย่อมได้รับการแก้ไข เพื่อไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จ เหมือนกับ โจแอนน์ “โจ” โรว์ลิง นักเขียนนิยายระดับโลกที่ต้องอาศัยเงินสงเคราะห์จากรัฐบาล แล้วเริ่มต้นเขียนหนังสือแฮร์รี่พอตเตอร์ จนกลายเป็นคนที่โด่งดังระดับโลก

บทความที่น่าสนใจ ใช้พลังบวก เพื่อทำให้ทุกวันทุกวันกลายเป็นวันของเรา

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *