7 อุปนิสัย พัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง Proactive สำเร็จได้ ชีวิตสร้างได้

“Proactive” คือ คนที่มีความสามารถมองเห็นคุณค่าในตนเอง แล้วสามารถดึงศักยภาพความสามารถมาใช้กระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเอง สามารถกำหนดรูปแบบชีวิตความเป็นอยู่และเปลี่ยนชีวิตให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ปล่อยชีวิตให้ผ่านกับกาลเวลาหรือปล่อยให้คนอื่นมากุมชีวิตตน

สตีเวน โควี่ ได้กล่าวไว้โดย อ้างอิงคำพูดของรูสเวลต์ ว่า ” ไม่มีใครทำร้ายคุณได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าคุณจะยอมให้เขาทำร้ายเท่านั้น ”  และมีอีกหนึ่งตัวอย่างคำพูดที่ มหาตมะ คานธี ได้กล่าวไว้ว่า ” ไม่มีใครสามารถแย้งเอาความศรัทธาไปจากตัวเราได้ ถ้าเราไม่ยอม ” ซึ่งคำพูดเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะของความเป็น ” Proactive “

7 อุปนิสัย

ในหนังสือ ” 7 อุปนิสัย พัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง” ซึ่งแปลจาก “The 7 Habits of Highly Effective People” ของ Stephen R. Covey ได้กล่าวเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ที่กลายเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จหรือกลายเป็นคนที่มีความล้มเหลวในชีวิต  ซึ่งแตกต่างกันไม่ว่าคนนั้นจะประกอบอาชีพลักษณะใดก็ตาม อาจจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ลูกจ้างทั้งเอกชนหรือรัฐบาล คนที่ประสบความสำเร็จโดยส่วนใหญ่จะเป็นคน Proactive คือกลุ่มคนที่สามารถ ควบคุมภาวะความรู้สึก อารมณ์และการกระทำ ให้หลุดพ้นจากภาวะครอบงำต่างๆได้เช่น ความเครียดในการทำงาน การตัดสินใจบนหลักฐานข้อเท็จจริงซึ่งปราศจากความรู้สึกที่คิดเอาเองหรือคล้อยตามความคิดของคนอื่น ซึ่งต่างจากคนที่มีลักษณะ Reactive ที่ปล่อยให้อุปนิสัยถูกครอบงำไปตามสิ่งเร้าและจากปัจจัยภายนอกเช่น สังคมสภาพแวดล้อมในการทำงาน

จากการศึกษาค้นคว้าปัจจัยแห่งความสำเร็จ จากประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทำให้ สตีเวน โควี่ สามารถสรุปได้ว่า คนที่พัฒนาตนเองและมีความพร้อมที่จะกลายเป็นคนได้รับโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตสูง มักจะมีอุปนิสัย 7 ประการดังนี้

๑. ปัจจัยพื้นฐานอุปนิสัยของคนที่มีลักษณะ ” Proactive” จะประกอบไปด้วย มีความอดทนขยัน หมั่นเพียร มีความชื่อสัตย์ต่อตัวเองและคนอื่น รู้รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง เป็นคนเรียบง่ายรู้จักอดออมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ฯลฯ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน เพื่อนำพาชีวิตไปบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงและสามารถชี้นำดวงชะตาของตนเอง ไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านตำแหน่งหน้าที่การงาน ชีวิตครอบและครัวสังคม ก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม ซึ่งอุปนิสัยขั้นพื้นฐานเหล่านี้ จะเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อต่อยอดอุปนิสัยอื่น ไปสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ

๒. อุปนิสัยการมีเป้าหมาย คนที่ลงมือในการงานต่างๆ แล้วสามารถคาดหวังหรือจินตนาการได้ว่า จะได้รับผลลัพธ์อะไรเป็นผลตอบแทน หลังจากลงมือทำจนประสบความสำเร็จแล้ว จะช่วยทำให้ในระหว่างที่ลงมือทำอยู่นั้น  มีแรงใจและกระตุ้นตนเองได้โดยไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคง่ายๆ การใช้ “พลังของจินตนาการ” คือวิธีการป้อนพลังบวกเชิงสร้างสรรค์ให้กับจิตใต้สำนึก หลังจากนั้นจิตสำนึกเองก็จะสามารถทำงานเองแบบอัตโนมัติได้ตามปริมาณแห่งความคิดดีๆเหล่านั้น เทคนิคสำคัญของการตั้งเป้าหมายคือ จะต้อง“คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก” เพราะถ้าหากขนาดของเป้าหมายไม่ใหญ่พอ พลังที่เกิดขึ้นจากจิตใต้สำนึกเองก็คงไม่เพียงพอที่จะเอาชนะอุปสรรคที่เกิดขึ้น ระหว่างการเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นได้ ในที่สุดก็จะกลายเป็นคนแพ้และยอมจำนนต่อโชคชะตา

๓. อุปนิสัยการโฟกัสเรื่องสำคัญเป็นลำดับแรก Put first thing first ในชีวิตของคนเรามีเรื่องราวหรือมีงานให้ทำที่มากมาย ซึ่งเราเองก็ไม่สามารถลงมือทำทุกๆ เรื่องให้ประสบความสำเร็จได้พร้อมๆกัน ดังนั้นต้องประเมินให้ได้ว่า ปัจจุบันมีเรื่องสำคัญและเร่งด่วนอะไรต้องลงมือทำ ซึ่งค้นหาได้จากคำตอบของการตั้งคำถามเช่น “ ต้องการอะไร” “ทำไมถึงต้องการสิ่งนั้น”  แล้วหลังจากนั้นต้องทำการ “วางแผน” ซึ่งในแผนเองจะต้องสามารถประเมินได้ว่า จะได้ผลลัพธ์อะไรบ้างเมื่อลงมือจนสำเร็จ  การโฟกัสให้มุ่งไปที่เป้าหมาย เพราะวิธีการและรายละเอียดของการดำเนินงาน สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆ และการลงมือทำงานนั้น ต้องประเมินให้ออกว่า สิ่งใดควรทำ สิ่งใดให้คนอื่นทำแทนได้ หรือสิ่งใดไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้

๔. อุปนิสัยในการคิดแบบชนะ/ชนะ Think win – win: คือได้ทั้งประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่น ซึ่งแนวคิดรูปแบบอื่นๆเช่น เราชนะ นายแพ้หรือเรายอมแพ้ให้นายชนะ หรือไม่ก็ เราไม่ได้นายก็ต้องไม่ได้ มักจะก่อให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น  แต่แนวคิดแบบชนะ – ชนะ เป็นแนวคิดเพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน จะก่อให้เกิดความร่วมมือกันซึ่งกันและกัน แนวคิดและวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ ก็เป็นไปในแนวทางเพื่อทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์  กรอบแนวคิดในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น ควรวางอยู่บนพื้นฐานแนวความคิด ยังมีที่ว่างสำหรับทุกๆ คน การประสบความสำเร็จของอีกฝ่ายหนึ่งไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องพ่ายแพ้

การสร้างอุปนิสัย ชนะ-ชนะ คือการเอาชนะตัวเองด้วยการ มีน้ำใจต่อผู้อื่น มีความยุติธรรมและมีวุฒิภาวะ มีความรับผิดและรับชอบต่อการกระทำของตนเอง หลังจากการตัดสินใจทั้งของตนเองและสิ่งที่ได้ตกลงร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับคนอื่นอย่ามุ่งเน้นที่งานเพียงอย่างเดียวความสำเร็จมักเกิดขึ้นจากความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

๕. อุปนิสัยการเข้าใจผู้อื่นก่อนที่จะให้ผู้อื่นเข้าใจเรา ทักษะในการสื่อสารนับได้ว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่คนที่ประสบความสำเร็จควรมี ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้า นักลงทุน นักบริหารหรือแม้แต่ผู้ให้บริการทั่วไป  การสื่อสารที่ดีเมื่อสิ้นสุดกระบวนการมักจะทำให้เราได้ประโยชน์เสมอ เทคนิคในการสร้างอุปนิสัยการเข้าใจคนอื่นต้องทำให้เกิดขึ้นทั้งความคิดและการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการพูดกิริยาที่แสดงออก ให้คิดเสมอว่า หากต้องการให้คนอื่นปฏิบัติกับตนเองเช่นใด ควรปฏิบัติต่ออื่นให้เหมือนกับสิ่งที่ตนเองต้องการ  หากต้องการได้ยินคำพูดจาที่ไพเราะจากคนอื่น ก็ควรพูดดีพูดเพราะกับคนอื่นก่อน  เวลาพูดกับคนอื่นให้พูดในสิ่งที่คนอื่นอยากฟัง อย่าพูดเพราะตนเองต้องการให้คนอื่นฟัง  ทักษะที่สำคัญอีกอย่างคือ ทักษะการฟัง การฟังคนอื่นอย่างเข้าอกเข้าใจ จะทำให้เรารู้ลึกถึงความต้องการของคนอื่น แล้วเราจะเข้าใจความรู้สึกของเขา ให้ตั้งใจฟังคนที่เรากำลังสนทนาด้วยใจ พร้อมกับแสดงลักษณะกิริยาท่าทางต่างๆ ให้สอดคล้องว่าเรากำลังฟังเขาอย่างตั้งใจเช่น การสบตา การมีส่วน  สิ่งที่ช่วยสร้างความเข้าอื่นได้ดีขึ้น นั้นคือการมีสมาธิ การฝึกสมาธิบ่อยๆจะทำให้เรากลายเป็นคนที่มีสติ มีปัญญาและสามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้ทั้งบวกและลบ

๖. อุปนิสัยการผนึกกำลัง เป็นพลังอันเกิดขึ้นจากการร่วมมือเพื่อประสานความต่าง เป็นการสังเคราะห์ที่ได้จากการนำเอาอุปนิสัยที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเข้าด้วยกัน ให้กลายเป็นพลังที่เกิดขึ้นจากภายในของตนเองด้วยวิธีเริ่มต้นจากพื้นฐานทางความคิด คิดบวกเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมเป็นการปูพื้นและเตรียมโครงสร้างก่อนที่จะสร้างบ้าน หลังจากนั้นต้องวาดฝันหรือจินตนาเป้าหมายชีวิตหรือสิ่งที่ต้องการให้ออก เป็นนามธรรมคือความคิดแล้วสร้างเป็นรูปธรรมด้วยการ วาดภาพบ้านในฝัน เพื่อต้องการกระตุ้นให้เกิดแรงบันดานใจ มีความมานะบากบั้น มีความเพียรและอดทน โดยใช้เป้าหมายเป็นที่ตั้ง  อุปนิสัยข้อที่ 3 ก่อนที่จะลงมือทำงานใดต้องประเมินได้ว่างานนั้นๆ เป็นงานสำคัญเร่งด่วนจริงๆ ที่สำคัญคือ ต้องรู้และคาดการณ์ได้ว่า ภายหลังจากการลงมือทำสำเร็จแล้ว จะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน อุปนิสัยข้อที่ 4 ต้องคิดเสมอว่าทุกๆคนต้องมีที่ยืน ทุกๆคนจะต้องได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย win-win จะทำให้เกิดประโยชน์ดีที่สุด การผนึกกำลังกันที่ดีที่สุดคือการอาศัยข้อดีของคนอื่น เพื่อนร่วมงานมาทำงานร่วมกันดังนั้นเราจะต้องเข้าใจผู้อื่น เพราะการอาศัยความหลากหลายทางความคิดจะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้เสมอ

วิธีการอีกอย่างคือการยอมรับ การนับถือและศรัทธาในตนเอง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง ดังนั้นต้องพัฒนาบุคลิกภาพ ปรับปรุงตนเองให้หัดมองโลกแง่ดี ต้องเชื่อมั่นในตนเองให้ได้ว่า เราสามารถเป็นที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่หวังได้

การมีทีม Work ที่ดีจะสามารถประสบความสำเร็จได้เร็ว ขึ้นเพราะทีมมักเกิดขึ้นจากคนที่มีทักษะความชำนาญที่แตกต่างกัน จึงเกิดความละเอียดรอบครอบในการลงมือปฏิบัติ จึงช่วยทำให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การมีที่ปรึกษาที่จะสามารถย่นระยะเวลาแห่งความสำเร็จได้ เพราะ คนที่ประสบความสำเร็จย่อมได้รับบทเรียนที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์โดยตรง

๗. อุปนิสัยการลงมือทำด้วยความเพียรอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นลักษณะนิสัยเป็นสันดานแห่งความดี เหมือนกับการอาบน้ำ แปรงฟันที่เราต้องปฏิบัติอยู่ทุกวัน หากลดละไปเพียงแค่หนึ่งวันก็เท่าว่า ในวันนั้นจะมีความไม่มั่นใจเกิดขึ้น วิธีคิดเพื่อให้ตนเองมีความเพียรคือ ทำด้วยกำลังความสามารถอย่างต่อเนื่อง อย่ากลายเป็นคนที่มีอุปนิสัยน้ำเต็มแก้ว คิดว่าสิ่งที่ตนเองเป็นสิ่งที่ตนเองมีดีที่สุดแล้ว เก่งแล้ว ไม่มีใครมีทักษะมากกว่าตนเองแล้ว มันจะทำให้เราไม่สามารถเรียนรู้แนวคิด วิธีการและเทคนิคใหม่ๆ ที่สร้างประโยชน์ได้มากกว่า เพราะความรู้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตไม่สามารถนำไปใช้ได้ดีในอนาคตได้ ดังนั้นต้องสร้างอุปนิสัยสำหรับการลงมือทำสิ่งต่างๆ ให้คิดเสมอว่าจะต้องไม่ยอมรับ หากสิ่งที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด  ดังนั้นจะต้องพัฒนาปรับปรุงตนเองเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

การสร้างอุปนิสัยข้อ 7 ก็เปรียบเหมือนมีที่ใช้ไปนานๆหาก ไม่ได้การลบคมมีดมันก็จะทื่อใช้ประโยชน์ได้ได้ดีเท่าที่ควรจะได้ เช่นเดียวจิตใจ ความคิด ทรรศนคติที่เป็นกลไกลในการขับเคลื่อนพฤติกรรม จะต้องเติมพลังแห่งความคิดบวกเชิงสร้างสรรค์เพื่อป้อนให้กับจิตใต้สำนึกอย่างต่อเนื่อง และต้องสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ตนเอง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ ด้วยการฝึกหัดใช้พลังที่มีอยู่ในตัวเราอย่างต่อเนื่อง สร้างความฉลาดและสมดุล ด้วยการเติมพลังชีวิต 4 ด้าน ได้แก่

  1. ด้านกายภาพ เช่น ออกกำลังกายให้เหมาะสม พักผ่อนให้พอ และเลือกกินอาหารที่ให้มีประโยชน์และครบ 5 หมู่ เพราะในปัจจุบันอาหารได้ถูกปรุงแต่งจนมากเกินไป ตลอดจนวิธีการผลิตที่อาจต้องใช้สารเคมีต่างๆ ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีความรู้ด้านอาหารมากยิ่งขึ้น

  2. ด้านอารมณ์ เช่น วิธีคิดสร้างสรรค์ การมองโลกในแง่ดี วิธีคิดบวกและเทคนิคการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เอาใจเขามาใส่ใจเราและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

  3. ด้านสติปัญญา เช่น อ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์ต่อความฝันของตนเอง เรียนรู้เทคนิคจากคนสำเร็จ สิ่งสำคัญคนจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้ต้องเรียนรู้วิธีการสร้างเงิน ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับหนังสือที่ให้ความรู้และแนวคิดทางด้านการเงิน แล้วเสริมด้วยเทคนิคอื่นๆ เช่น แนวคิดการสร้างพลังในตัวเอง นอกจากนี้จะต้องเปิดโลกของตนเองให้กว้างขึ้นเช่น การเดินท่องเที่ยวหาประสบการณ์หรือการเข้าอบรมสัมมนาในหลักสูตรต่างๆ

  4. ด้านจิตวิญญาณ ด้วยการฝึกทำสมาธิให้เป็นประจำ สวดมนต์ เข้าวัดทำบุญ ปฏิบัติธรรมหรืออยู่กับธรรมชาติบ้าง

7 อุปนิสัย

บทความที่น่าสนใจ พัฒนาอาชีพ ทำงานอย่างไร ให้ประสบความสำเร็จในสายอาชีพที่ทำ

 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *