เป้าหมาย คือกระบวนการสร้างตัวชี้นำสู่ความสำเร็จของการทำงานและชีวิต

 อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไม่มีเป้าหมาย

             การใช้ชีวิตที่ไร้ซึ่ง เป้าหมาย จึงเปรียบเสมือนกับเวลาที่หิวข้าวอย่างรุนแรง ณ.เวลานั้นจะเป็นอะไรก็ได้ ที่กินได้ โดยจะไม่ได้สนใจในสิ่งทีกินเข้าไปนั้น มันจะมอบคุณค่าให้สารอาหารที่ดีมากน้อยเพียงใด หรืออาจจะเกิดโทษต่อร่างกาย เพราะความหิวจึงทำให้คนทั่วๆไปขาดสติ  ในการคิดวิเคราะห์ถึงความหมายของคำว่าอาหาร ที่บ่งชี้ว่าสิ่งที่กินเข้าไปนั้นต้องให้ประโยชน์  แต่ ณ.เวลานั้นจะมองเพียงแค่บรรเทาความหิว

             เมื่อไม่มีเป้าหมายให้ยกตัวอย่างก็เปรียบเหมือนกับการปลูกต้นไม้ ที่ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ที่จะได้รับ เมื่อมันเติบโตขึ้น ไม่รู้ว่าความต้องการที่แท้จริงแล้ว อยากปลูกเพื่อต้องการกินผลไม้ หรือต้องการเพียงแค่การให้ร่มเงา จึงต้องเสียทั้งเงินลงทุน เวลาและโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์  เพราะการปลูกต้นไม้ครั้งนั้นเราต้องลงทุนทั้งเงินและแรงงานตั้งแต่ การซื้อกล้าพันธ์ ต้นทุนในขั้นตอนการเตรียมดิน การปลูกและการดูแลเอาใจใส่ รดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย จนกระทั่งต้นไม้นั้นโตขึ้น  และแล้วเราก็ตัดมันทิ้งไปเพราะคิดว่าไม่ได้อะไรจากต้นไม้นั้น

              ดังนั้นการไม่มีเป้าหมาย จะก่อให้เกิดการสูญเสีย โดยเฉพาะต้นทุนด้านเวลา กาลเวลามันเดินหน้าเสมอ เวลาปัจจุบันมันจะกลายเป็นอดีต เมื่อเวลาผ่านไปเราจะไม่สามารถแก้ไขสิ่งใดๆได้ นอกจากนี้แล้วการทำอะไรที่ไร้ซึ่งจุดมุ่งหมายจะทำให้สูญเสียทั้งทรัพย์สิน เงินทอง และโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ

เป้าหมาย

เป้าหมาย คืออะไร

              เป้าหมายหมายถึง ความมุ่งหมายตั้งมั่นหรือเรียกง่ายๆว่าความฝัน เพื่อให้ได้มาซึ่งบางสิ่งบางอย่างตามเจตนา ความคาดหวัง หรืออาจจะใช้เป็นสิ่งชี้นำทิศทางในการทำกิจกรรมต่างๆให้บรรลุผลสำเร็จ องค์ประกอบของเป้าหมายจะเกิดขึ้นจากพลังแห่งความคาดหวังและพลังจิต

             ประโยชน์ของเป้าหมายนั้นมีมากมายอาทิเช่น

   1) สามารถสร้างพลังและแรงกระตุ้นให้ตนเอง โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาต่างๆ ยิ่งเป้าหมายใหญ่ยิ่งมีพลังมาก

   2) เป้าหมายจะเป็นสิ่งชี้นำการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน จึงสามารถเรียงลำดับก่อนหลังในการปฏิบัติงานได้

    3) การกำหนดเป้าหมายจะสามารถฝึกทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์เป็นเหตุเป็นผล

    4) การกำหนดเป้าหมายช่วยทำให้ตนเองได้รู้ว่า ณ. ปัจจุบันมีช่องว่างกับสิ่งที่ต้องการมากน้อยเพียงใด  ได้รู้ว่าการลงมือในปัจจุบันช้าไป-เร็วไป จะได้ค้นหาวิธีปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด

    5) เป้าหมายจะสร้างความสำเร็จในชีวิต เพราะคนที่มีความฝันคือคนที่มีพลังจิต ซึ่งความสำเร็จจะประกอบด้วยพลังจิต 60% และพลังแห่งความรู้ในด้านนั้นๆเพียงแค่ 40 %

 

วิธีตั้งเป้าหมายที่ดี

            เมื่อเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญย่อมแสดงว่ากระบวนการที่จะได้มาซึ่งเป้าหมายที่ดี  ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญมาก วิธีการตั้งเป้าหมายที่ดีคือ เป้าหมายนั้นต้องสามารถชี้ชัดเจาะจงได้ว่า  สิ่งที่ต้องการนั้นเป็นสิ่งใด ต้องชัดเจน ที่สำคัญมากคือต้องสามารถวัดได้ ต้องเป็นสิ่งที่สามารถลงมือทำสำเร็จได้ เป็นจริงได้ ต้องไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในอุดมการณ์ และเป้าหมายต้องกำหนดระยะเวลาในการลงมือปฏิบัติที่ชัดเจน

OBJECTIVE MODEL ที่เรียกว่า S.M.A.R.T สมาร์ทซึ่งแปลว่า เท่ห์ สมบูรณ์แบบ

S:    Specification           หมายถึง การชี้เฉพาะ การเจาะจง การระบุได้ว่าสิ่งที่ต้องการคือสิ่งใด

M:  Measurement          หมายถึง การวัดได้ มีหน่วยของการวัด

A:   Achievable                หมายถึง ทำได้ ประสบความสำเร็จได้ อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

R:   Realistic                     หมายถึง เป็นจริง เป็นไปได้

T:  Time: Time frame   หมายถึง เวลา มีกรอบเวลาในการทำอย่างชัดเจน

 

กระบวนการปลูกเป้าหมายให้กลายเป็นตัวชี้วัดแห่งความสำเร็จในชีวิต

                คำว่ากระบวนการหมายถึง วงจรที่เริ่มต้นจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งถูกนำไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง หลังจากนั้นจะได้ผลลัพธ์แห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ องค์ประกอบของกระบวนการคือ ปัจจัยป้อนเข้า-การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง-ปัจจัยนำออก  แต่เป้าหมายในการดำเนินชีวิตยั้งมีปัจจัย  เรื่องระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นการสร้าง เป้าหมาย ย่อมมีวิธีมีขั้นตอนในการสร้าง การปลูกเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จอย่างมีคุณภาพ มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

     1. ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ในเมื่อมนุษย์ไม่สามารถเลือกที่จะเกิดได้ ตอนที่จะเกิดไม่สามารถรู้ได้ว่าพ่อ-แม่เป็นเศรษฐีคนหนึ่งคนใดบนโลกนี้ ดังนั้นขั้นตอนการปลูกเป้าหมาย จึงต้องรวมเอาสถานภาพแวดล้อมของครอบครัว ถิ่นกำเนิด พรสวรรค์ ความสามารถเฉพาะตน จุดแข็ง ความชอบ ความหลงใหล ความท้าทาย การสั่งสมประสบการณ์ที่ผ่านมาของชีวิต  บางคนมีฐานะร่ำรวย แต่ก็มีอีกหลายๆ คนที่ขัดสน ไร้เงินทอง ไร้โชคลาภวาสนา การทำงานที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมีโอกาสก็ไม่มีปัญญาในการคว้าไว้ ปล่อยโอกาสให้เสียไปต่อหน้าต่อตา

       การเตรียมความพร้อมทั้ง พฤติกรรม ความพากเพียร ทัศนคติ ความคิดในการดำเนินชีวิตก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ยังมีสิ่งอื่นที่ๆคนมีเป้าหมายในชีวิตต้องพิจารณาคือ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ จิตใจต้องได้รับการเตรียมความพร้อม คนที่ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้มักจะจมอยู่กับตัวปัญหาเช่น สมมติว่าสียคนรักคนรักไปมีคนใหม่ ก็จะผูกพันธ์อาลัยคนที่เคยรักอาจจะแสดงอาการต่างนานาเช่น การทำร้ายตัวเอง การทำตัวให้เป็นคนเกเร ใช้ชีวิตที่รันทด จมอยู่กับความทุกข์เพียงคนเดียว มกหมุ่นอยู่กับความทรงจำคิดถึงแต่ภาพในอดีต ทุกๆอย่างมันหยุดชะงักงันไปหมด ดังนั้นขั้นตอนเตรียมความพร้อมต้องได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ต้องศึกษาความรู้ความสามารถเพิ่มเติมโดยเฉพาะความรู้ในการพัฒนาตนเอง ต้องฝึกฝนทักษะในการใช้ความคิด เทคนิคการสะสมความคิดสร้างสรรค์ให้แก่จิตใต้สำนึกให้มีปริมาณมากขึ้น  เพื่อเอาชนะความคิดไม่ดี  ฝึกฝนตนเองในการเรียนรู้ที่จะเผชิญกับปัญหา ต้องคิดว่าทุกปัญหาเกิดขึ้นได้ก็สามารถแก้ไขได้

     2. ขั้นตอนกำหนด เป้าหมาย เลือกสิ่งที่ต้องการของชีวิต การสร้าง เป้าหมาย เป็นการค้นหารูปแบบของการใช้ชีวิต ในระหว่างที่เรากำลังค้นหา ถึงแม้ว่าความฝันนั้นจะเป็นเพียงแค่ความคิด ถึงแม้ว่าเป้าหมายยังไม่ปรากฏผลลัพธ์ที่เด่นชัด แต่บางส่วนของเป้าหมายมันได้ปรากฏออกมาให้เห็นแล้ว ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เราได้กำหนดเป้าหมายนั้นอย่างชัดเจนแล้ว เพราะสมองและพลังจิตสามารถประมวลภาพรวมได้ จากการสะสมประสบการณ์และการเรียนรู้ในอดีต ซึ่งถูกส่งผ่านมากับขั้นตอนการเตรียมความพร้อม ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตและในอนาคตก็ยังมาไม่ถึง จงทำวันนี้เวลานี้ให้ดีที่สุด

     3. ขั้นตอนเติบโต การทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้เจริญเติบได้ ย่อมต้องส่งท่อน้ำเลี้ยงให้กับเป้าหมาย ไม่สำคัญว่าตนเองจะทำงานอะไร จะตั้วเป้าหมายว่าจะเป็นคุณครู เป็นวิศวะกร เป็นแพทย์ ก็ยอมมีกระบวนการ ของการทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง ทุกเป้าหมายย่อมมีวิธีการ มีจุดเริ่มต้นด้วยกันทั้งหมด จะแตกต่างก็เพียงแต่ขั้นตอนการเตรียมเท่านั้น ที่ทำให้จุดเริ่มต้นของการไปสู่เป้าหมายนั้นแตกต่างกัน

        ปัจจุบันคือต้องเรียนรู้ความเป็นตัวตน สิ่งที่เราเป็นอยู่หากไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย จึงต้องเปลี่ยนแปลง ต้องมีการพัฒนาตนเอง ต้องศึกษาเพิ่มความรู้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ ต้องเพิ่มทักษะความสามารถในการประกอบอาชีพ ต้องสร้างเชื่อมั่นและสร้างศรัทธาในความสามารถของตนเอง เป้าหมายก็เปรียบเสมือน เม็ดมะม่วงหิมพานต์สำเร็จรูป เม็ดมะม่วงได้จากการเก็บผลสุกจากต้นมะม่วง การได้ผลสุกของมะม่วงก็เท่ากับว่า สำเร็จไปเพียง 1 ขั้นตอน

         การเจริญเติบโตของเป้าหมาย อยู่ที่การตัดสินใจ เพราะการตัดสินใจคือ การรู้ว่าตนเองเป็นเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้อะไร เพราะจะได้รู้ว่าการเป็นต้นไม้ต้นนั้น จำเป็นต้องได้รับการดูแล การใส่ปุ๋ยสูตรใด ต้องคอยรดน้ำเวลาใด เช่นเดียวกับเป้าหมายในการดำเนินชีวิต ต้องเน้นที่จุดแข็งของตนเอง ต้องฝึกฝนใช้พรสวรรค์และความสามารถที่ตนเองมี เชื่อมั่นและศรัทธาในศักยภาพที่ตนเองมี แล้ว ดึงทักษะออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ คนที่ได้รับชัยชนะและประสบความสำเร็จในชีวิตโดยส่วนใหญ่ มักจะมีความขยันหมั่นเพียร ทำในงานที่เราได้ตัดสินใจได้ดีที่สุด คิดเสมอว่า งานที่ทำต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ งานที่ทำต้องมีคุณภาพ ไม่มีใครทำได้ดีเท่าเรา เชื่อมั่นในงานที่ทำ ศรัทธาในอาชีพที่ใช่ การเติบโตของเป้าหมายคือ การก้าวทีละขั้นของความสำเร็จ การรับใช้บางสิ่งบางในปัจุบัน คือการรอคอยสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า สิ่งนั้นคือ ผลลัพธ์ของเป้าหมาย

     4. ขั้นตอนรู้เป้าหมาย กระบวนการปลูกเป้าหมาย ไม่สามารถสำเร็จได้เพียงแค่ การลงมือครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนที่เกิดขึ้นกับการใช้ชีวิตทั้งชีวิต บางคนพบเป้าหมายชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย แต่สำหรับบางคน กว่าจะพบเป้าหมายชีวิตที่ตนเองต้องการได้ ก็ช่วงมีอายุใกล้ถึงฝั่งแล้ว เป้าหมายชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนสามารถมีความสุขในชีวิตที่เรียบง่าย บางคนกว่าจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตได้ ต้องสามารถซื้อความสะดวกสะบายในชีวิตได้ทุกอย่างก่อน

 

        ความสำเร็จ จากการตั้งเป้าหมายการตลาดคือ การขายสินค้าให้ครองแชมป์อันดับหนึ่งของกลุ่มประเภทสินค้า ความสำเร็จ จากการตั้งเป้าหมายของการผลิตสินค้าคือ การผลิตสินค้าที่ได้ปริมาณตามแผนการผลิตโดยมีคุณภาพและต้นทุนต่ำ ความสำเร็จ จากการตั้งเป้าหมายของการแสดงละครคือ เรตติ้งมีจำนวนคนที่ติดตามสูงที่สุด เป้าหมายเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นจากคนอื่น เป็นเป้าหมายการทำงานให้ประสบความสำเร็จ เพื่อการดำเนินธุระกิจของเจ้านายให้เจริญเติบโต  เป้าหมายและความสำเร็จเป็นของคู่กัน คนที่มีความฝันคือ คนมีความหวัง มีความมุ่งมั่น มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนตัดสินใจ เป็นคนที่สามารถสร้างความเชื่อและสร้างความศรัทธาในความรู้ความสามารถที่ตนเองมี มีความเพียรพยายาม ไม่ย่อท้อเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรค คิดบวกคิดสร้างสรรค์ ใช้เป้าหมายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ มีความกล้าที่จะทำทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

 

      แต่ก็อีกนั้นแหละ ยังมีอีกหลายๆชีวิต  ยังใช้ชีวิตแบบไปวันๆ เพราะไม่เคยตั้ง เป้าหมาย  ของตนเอง เพราะทุกคนมีลักษณะเฉพาะของตนเอง  ต้องผ่านกระบวนการและสถานการณ์  ที่เป็นเฉพาะของแต่ละคน  เพื่อค้นหา เสียงเรียกร้องในตนเอง สร้างเป้าหมาย เปลี่ยนความเบื่อหน่ายให้กลายเป็นความสุข คนทุกคนต้องผ่าน 4 ขั้นตอนของการสร้างเป้าหมาย ให้ปรากฏออกมาในชีวิตเสมอ การมีเป้าหมาย จะทำให้ความล้มเหลวกลายเป็นบทเรียน การศึกษาจากประสบการณ์ จะเป็นการเรียนรู้ที่ได้ จากการใช้ทักษะจริง คนที่ประสบความสำเร็จมากมาย สำเร็จได้จากความฝัน วัตถุประสงค์ ของการตั้งเป้าหมาย คือ สิ่งชี้นำสู่ ความประสบสำเร็จของชีวิต

 

บทความที่น่าสนใจ ปลุกพลังบวกให้ตนเอง ด้วยตัวเอง

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *