การละเล่นไทย การละเล่น พื้นบ้าน ศิลปะ วัฒนธรรมไทย ที่กำลังจะสูญหาย

 

              การละเล่นไทย จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กๆ ตลอดจนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้อยู้กับไทยไปอีกยาวนาน เด็กไทยควรได้รับการดูแลและส่งเสริม ให้มีพัฒนาการที่เหมาะสมกับช่วงอายุและวัย  เพราะจะทำให้เด็กมีสติปัญญา IQ และความฉลาดความมั่นคงทางด้านอารมณ์ EQ   ซึ่งความฉลาดหลักแหลมจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้และเป็นรากฐานแห่งความประสบความสำเร็จ ส่วน EQ จะช่วยในการควบคุมอารมณ์เพื่อไม่แอนเอียงไปกับสิ่งเร้าและสามารถควบคุมตนเองได้

            ในยุคปัจจุบันขนาดครอบครัวมีขนาดเล็กลง บ้านกลายเป็นสังคมเดี่ยวมากขึ้น เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันมักจะไม่รู้จักกัน จึงทำให้เด็กๆ ถูกเลี้ยงดูและให้เล่นคนเดียวภายในบ้าน อาจจะเป็นการเล่นคอมพิวเตอร์ เกมส์มือถือหรือไม่ก็ดูการ์ตูนละครกับหน้าจอทีวี ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากการแข่งขั้นกันเพื่อทำมาหากิน  บวกกับการเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี  ถึงแม้จะมีข้อดี แต่ก็ยังมีข้อเสียแอบแฝงและทำให้เด็กมีพัฒนาการเพียงด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจนมากจนเกินไป

          ต่างกับเด็กในสมัยอดีตที่ การละเล่นไทย ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ให้มีความสมดุลได้ครอบคลุมทุกๆด้าน  นอกจากนี้อุปกรณ์ของเล่น ก็เกิดจากการประยุกต์ขึ้นจากอุปกรณ์ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือของเหลือใช้จาการทำกินหรือการทำขนมต่างๆ แล้วนำทำเป็นของเล่นสำหรับเด็ก  เพราะเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติ จึงไม่กลายอันตรายสำหรับเด็กๆ ต่างกับยุคปัจจุบันที่อุปกรณ์ของเล่น ถูกประดิษฐ์ขึ้นจากสารสังเคราะห์ ที่อาจก่อเกิดอันตรายด้านต่างๆ เพราะอาจมีสารตกค้างในของเล่นเมื่อเด็กๆเล่นก็ทำให้สารเคมีเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย ก็จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตหรือกลายเป็นสาเหตุของโรค

         การละเล่นไทย มีประโยชน์มากมายดังนั้น เนื่องจากการละเล่นไทยหลายๆอย่างมักจะละเล่นกันเป็นกลุ่ม จึงช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม รู้จักการแบ่งปัน รู้จักแพ้ชนะรู้อภัย  การละเล่นต่างๆนอกจากสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว ยังช่วยทำให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรคสูง ไม่เจ็บป่วยง่าย เมื่อพัฒนาการด้านร่างกายและจิตใจดีเหมาะสมกับวัย  ก็จะลดการเกิดปัญหาเด็กติดเกมส์ในปัจจุบัน โทษของการติดเกมส์จะทำให้เด็กก้าวร้าว ซึ่งเกิดจากการเลียนแบบการต่อสู้ ในเกมส์การแข่งขัน

 การละเล่นไทย การละเล่นพื้นบ้านกำลังจะสูญหายไปจากสังคมไทย เพราะการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอันได้แก่

 การละเล่นไทย

1.การเล่นกระโดดเชือก

รูปแบบการเล่นกระโดดเชือกมี 2 วิธีคือ

วิธีที่1) ใช้หนังยางมาร้อยต่อกันเป็นเชือกให้ยาวกำลังพอดี   กติกาแบ่งคนออกเป็น 2 ทีม ใช้คน 2 คนไปจับปลายเชือกทั้ง 2 ข้าง แล้วดึงเชือกให้พอดี ไม่หย่อนหรือตึงจนเกินไป หลังจากนั้นก็ให้เพื่อนคนอื่นๆ กระโดดข้ามไป  โดยการผ่านด่านหรือชนะจะไล่จากความสูของเชือกระดับต่ำๆ ตั้งแต่ข้อเท้าไปถึงระดับยื่นมือเหนือศีรษะ กติกาเมื่อกระโดดข้ามไม่ได้ต้องปล่อยให้อีกฝ่ายเล่นต่อ ทีมใดสามารถกระโดดข้ามเชือกได้ทุกระดับก่อน  ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้ชนะ

วิธีที่ 2) การนำปลายเชือกหนังยางที่ได้  ไปผูกติดกัน แบ่งทีมออกเป็นทีมละ 3 คน โดยให้ทั้งสามคนยืนอยู่กันคนละมุมในวงกลมยางทำเป็นสามเหลียม แล้วให้เพื่อนอีกทีมจะกระโดดไปตามเชือก  ให้ครบ 3 ด้าน การผ่านด่านนั้นก็ไล่ระดับจากระดับที่ต่ำสุดจากตาตุ่มไปจนถึงเอว ซึ่งใช้กติกาลักษณะเดียวกับวิธีที่ 1

         ประโยชน์การละเล่นกระโดดเชือก จะช่วยทำให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง  รู้จักการเข้าสังคม รู้จักแพ้ชนะและฝึกการทำงานเป็นทีม

 การละเล่นไทยการละเล่นไทย

2.ม้าก้านกล้วยและปืนก้านกล้วย

               เป็นการประดิษฐ์ของเล่นจากของเหลือใช้ เด็กไทยได้เรียนรู้การใช้วัสดุต่างๆให้เกิดประโยชน์สุดสุด  ในอดีตการทำขนมพื้นบ้านไทย จะนิยมห่อขนมด้วยใบกล้วย  เมื่อผู้ใหญ่ตัดใบกล้วยมาทั้งใบ  หลังจากนั้นจะเลาะใบออกจากก้าน  แล้วนำก้านกล้วยนั้นทิ้งไป  แล้วผู้ใหญ่จะประดิษฐ์ของเล่นให้กับเด็กๆ เช่น  ม้าก้านกล้วย ปืนก้านกล้วย

               วิธีการทำม้าก้านกล้วย  ใช้ตรงหัวก้านกล้วยซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าส่วนปลาย ทำเป็นหัวม้าด้วยการใช้เฉือนด้านข้าง ของก้านกล้วยทั้งสองด้าน ให้ยาวประมาณ 2 นิ้วเพื่อทำเป็นหูม้า หลังจากนั้นทำการหักให้เป็นหน้าม้า ใช้เชือกกล้วยผูกหัวท้ายทำเป็นที่สะพาย กติกาในการเล่นม้าก้านกล้วยนั้น เด็กๆมักแบ่งทีมเพื่อแข่งขันกัน หากใครขี่ม้าถึงเส้นชัยก่อน ให้ถือว่าเป็นผู้ชนะ บ้างก็ขี่เล่นคนเดียวไป-มาตามบริเวณบ้าน ส่งเสริมให้เด็กมีสุภาพดีแข็งแรง

             ปืนก้านกล้วย ทำได้ง่ายตามภาพเลยครับ เพียงแค่มีปืนเด็กๆแต่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ  ถึงการต่อสู้รบกับศัตรูของทหาร เพื่อให้รู้จักการหวงแหงพื้นดินไทน การละเล่นก็แบ่งกันเป็นทีมแล้วยิงต่อสู้กัน  ประโยชน์สร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆ แถมยังให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ทำให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีจินตนาการ การละเล่นแบบนี้ยัง  เป็นการละเล่นที่ปลอดภัยจากสารเคมี  สอนให้เด็กๆรู้จักการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 การละเล่นไทย

3.หมากเก็บ

             เป็นการละเล่นที่ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ สามารถหาได้ตามธรรมชาติ  เพียงแค่หาก้อนหินมา 5 ก้อน กติกาในการเล่นมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ แต่ในบทความนี้จะนำเสนอเพียงหนึ่งรูปแบบเท่านั้นคือ

            วิธีการโยนหิน 1 ก้อนขึ้นด้านบน แล้วปล่อยหิน 4 ก้อนที่เหลือลงบนพื้น กติกาคือ หินก้อนที่โยนขึ้นจะต้องสามารถรับไว้ในมือได้  ใครเล่นจบ 4 ขั้นก่อนจะเป็นผู้ชนะ

             ขั้นที่ 1 โยนหินขึ้นบน 1 ก้อน แล้วปล่อยให้หินที่เหลือหล่นลงพื้น แล้วกลับไปรับหินที่โยนขึ้น  หลังจากนั้นโยนก้อนหินที่รับได้ขึ้นอีกครั้ง และระหว่างที่หินก่อนนั้นลอยขึ้น ก็จะต้องไปเก็บหินจากพื้นที่ละก้อนแล้วกลับไปรับก้อนหินที่โยนขึ้น ทำเหมือนเดิมจนเก็บก้อนหินบนพื้นที่เหลือทั้งหมด กติกาในขณะที่ทำการเก็บหินบนพื้น จะต้องไม่สัมผัสกับหินก้อนอื่นๆ หากหินก้อนอื่นมีการเคลื่อนไหวถือว่า ฟาล์ว ต้องเปลี่ยนให้เพื่อนเล่น

            ขั้นที่ 2 โยนหิน 1 ก้อนแล้วปล่อยให้หินที่เหลือหล่นลงพื้น แล้วรับก้อนหินที่โยนขึ้น หลังจากนั้นโยนหินขึ้นอีกครั้งในระหว่างที่หินก้อนนั้นลอยขึ้น ก็ไปเก็บรวบหินจากพื้นครั้งละ 2 ก้อน แล้วกลับไปรับก้อนหินที่โยนขึ้น เป็นจำนวน 2 ครั้ง

            ขั้นที่ 3 โยนหิน 1 ก้อนแล้วปล่อยให้หินที่เหลือหล่นลงพื้น แล้วรับก้อนหินที่โยนขึ้น หลังจากนั้นโยนหินขึ้นอีกครั้งในระหว่างที่หินก้อนนั้นลอยขึ้น จึงเก็บหินจากพื้นครั้งแรก 1 ก้อน หลังจากนั้นกลับไปรับก้อนหินที่โยนขึ้น  ครั้งถัดไปทำเหมือนขั้นตอนที่สอง แต่ต้องเก็บรวบก้อนหินที่เหลือ

           ขั้นที่ 4 โยนหิน 1 ก้อนแล้วปล่อยให้หินที่เหลือหล่นลงพื้น แล้วรับก้อนหินที่โยนขึ้น หลังจากนั้นโยนหินขึ้นอีกครั้งในระหว่างที่หินก้อนนั้นลอยขึ้น จึงเก็บรวบหินจากพื้นทั้ง 4 ก้อน หลังจากนั้นกลับไปรับก้อนหินที่โยนขึ้น

            สุดท้ายจะเป็นการเก็บคะแนนคือ  นำหิน 5 ก้อนมาวางไว้บนฝ่ามือ โยนขึ้นแล้วใช้หลังมือรับ หลังจากนั้นโยนหินที่รับได้ ขึ้นอีกหนึ่งครั้ง แล้วใช้ฝ่ามือรับ จำนวนก้อนหินที่รับได้และเหลืออยู่ในมือ ถือว่าเป็นคะแนน เทคนิคก็คือให้ทำหลังมือแอ่นมากๆ เพื่อรอรับหิน ไม่โยนหินสูงเกินไป จะรับหินได้น้อย

        การละเล่นแบบนี้ทำให้เด็กมีทักษะการในวางแผน การบริหารส่วยต่างๆของร่างกายทำงานประสานกันได้ดียิ่งขึ้นเช่น สายตาและมือต้องสัมพันธ์กัน  เกมส์นี้สอนให้รู้จักแพ้ รู้จักชนะ

 การละเล่นไทย

4.การดีดลุกแก้วลงหลุม

            วิธีเล่น จะเล่นเป็นทีมหรือเล่นเดี่ยวก็ได้  การแข่งขันให้ลูกแก้วลงหลุม   ด้วยการใช้นิ้วดีดลูกแก้ว  ซึ่งแต่ละเกมส์จะใช้ลูกแก้วครั้งละลูก  กติกาการเล่น  จะขุดหลุมไว้ 3 หลุม โดยแต่ละหลุมจะบ่งบอกสถานะของลูกแก้ว และขนาดของหลุมจะเล็กเพียงแค่ลูกแก้วลงได้ อาจจะใช้เหรียญบาทปั่นดินทำเป็นหลุม

           การออกตัวครั้งแรกให้แต่ละคนยืนหลังเส้นสตาร์ท  แล้วโยนให้ลูกแก้วเข้าใกล้หลุมที่ 1 มากที่สุด ใครสามารถโยนได้ใกล้กว่า จะเป็นผู้มีสิทธิ์ได้เล่นก่อน อาจจะแกล้งคนอื่นด้วยการดีดลูกแก้วของตนเองไปโดนลูกแก้วของคนอื่นออกไปให้ไกลๆหลุม  หลังจากนั้นต้องรีบดีดลูกแก้วลงหลุมให้เร็ว เพื่อให้สถานะลูกแก้วเปลี่ยนไป ไปยังหลุมต่อไป  โดยหลุมสุดท้ายจะมีสถานะสูงสุดเรียกว่า เสือ  เมื่อดีดลูกแก้วโดนลูกแก้วของคนอื่นๆ ลูกแก้วของคนนั้นก็จะตายหรือถูกกิน  การละเล่นนี้ฝึกให้รู้จักการวางแผน รู้จักแพ้ชนะรู้อภัย การรู้จักการเข้าสังคม

การละเล่นไทย

5.การละเล่นมอญซ่อนผ้า

          เริ่มจากการเลือกคนที่จะกลายเป็นคนซ่อนผ้า ด้วยการเป่ายิ้งฉุบ หลังจากนั้นคนอื่นๆจะนั่งล้อมวงด้วยการหันหน้าเข้าหากัน  คนที่นั่งจะต้องปรบมือพร้อมๆกับการร้องเพลงมอญซ่อนผ้า

         โดยคนที่ซ่อนผ้าจะเดินไปรอบวงแล้วแอบวางผ้าไว้หลังคนอื่นๆ เมื่อเพลงจบลง คนที่นั่งต้องกลับหลังตรวจสอบ ว่ามีผ้าซ่อนไว้ข้างหลังหรือไม่  แล้วคนที่มีผ้าซ่อนไว้ จะต้องลุกขึ้นนำผ้าวิ่งไปไล่ตีคนซ่อนผ้า ขณะเดียวกันคนที่ซ่อนผ้าจะต้องรีบวิ่งไปนั่งแทนตำแหน่ง  คนที่ถูกซ่อนผ้าให้เร็วที่สุด หากวิ่งไม่ทันจะโดนตีด้วยผ้า  แล้วจะทำให้ตนเองต้องกลายเป็นคนซ่อนผ้าอีกครั้ง  การละเล่นนี้สอนให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง รู้จักการแข่งขัน รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย

การละเล่นไทย

6.การละเล่นตีไก่

    ไก่ในที่นี้หมายถึงหญ้าแพรกที่มีดอกหรือมีปม กติกาให้แต่ละคนค้นหาหญ้าแพรกที่มีปม ที่คิดว่าแข็งและเหนียวที่สุด หลังจากนั้น นำหญ้าแพรกมาตีกัน  ถ้าหากของใครขาดก่อนจะเป็นผู้แพ้ เกมส์นี้ทำให้เกิดการเรียนรู้ วิธีการคัดเลือก ช่วยฝึกการตัดสินใจ ฝึกทักษะการเอาชนะผู้ต่อสู้ สร้างความฉลาดปราดเปรื่องให้กับเด็ก รู้จักการวางแผนเพื่อจะเอาชนะ

การละเล่นไทย

7.การละเล่นเป่าหนังยาง

       กติกาในการแข่งขัน เป็นการเป่าหนังยางของตนเอง ให้ไปประกบกับหนังยางฝั่งตรงข้าม ใครสามารถเป่าประกบได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะและได้หนังยางนั้นไป การละเล่นนี้เป็นการฝึกความสามารถทางด้านร่างกาย ทำให้ปอดขยายและปอดแข็งแรง รู้จักการวางแผนเอาชนะคนอื่น

การละเล่นไทยการละเล่นไทย

8.การละเล่นกระโดดบนกองฟาง

     ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหลังจากการนวดข้าว  จะมีกองฟางขนาดโต กองฟางจะกลายเป็นที่เล่นกระโดดสำหรับเด็กๆ เพราะกองฟางจะนุ่มสามารถรองรับน้ำหนักตัวได้ เหมือนกับลูกฟูกที่อยู่ในยิม กติกาการเล่นจะเป็นการกระโดดต่อสู้กัน, การแข่งขันการกระโดดสูง หรือการกระโดดไกล โดยส่วนใหญ่เด็กผู้หญิงจะเล่นการสร้างบ้าน เจาะกองฟางให้เป็นโพรงแล้วเข้าไปอยู่ข้างใน การเล่นแบบนี้เด็กอาจจะได้รับบาดเจ็บจากฟางบาด  แต่กิจกรรมนี้จะช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง รู้จักการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดความยืดหยุ่น

การละเล่นไทย

9.การเล่นกระโดดน้ำในคลอง

      การกระโดดน้ำในคลองถือว่า เป็นการฝึกร่างกายของเด็กให้มีพัฒนาการของร่างกายทุกๆสัดส่วนมีความสมดุล จะทำให้เด็กแข็งแรง ไม่มีกติกาตายตัว เด็กๆสามารถจินตนาการท่าทางที่ใช้โดดได้ตามอัธยาศัย

การละเล่นไทย

10.การละเล่นขาเขย่ง

      เป็นการประยุกต์โดยการนำเอาไม้ไผ่มาทำเป็นของเล่น วิธีการ ตัดไม้ไผ่ให้ได้ความสูงมากกว่าคนเล่นประมาณ1เมตร หลังจากนั้นเจาะทำแท่นยืน ให้สูงกว่าพื้นประมาณ25-50เซนติเมตร การแข่งขัน ให้เด็กขึ้นไปยืนบนแท่นยืนทั้ง 2 ข้าง แล้วก้าวไปข้างหน้าเดินให้ถึงเส้นชัย ใครถึงก่อนคนนั้นเป็นฝ่ายชนะการละเล่นนี้เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักการประยุกต์ สิ่งของที่มีที่หาได้ตามธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์ ฝึกคิดริเริ่มสรรสรรค์ ฝึกทักษะการทรงตัว

บทสรุป การละเล่นไทย บางอย่างควรนำมาประยุกต์ใช้เป็นหลักสูตรในการศึกษาของไทย เพื่อฝึกทักษะ เพื่อพัฒนาศักยภาพทางร่างกายเด็ก แล้วสอดแทรกความคิด เพื่อให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักการเข้ากับสังคม มีพัฒนาการด้านเชาว์ปัญญา รู้จักแพ้รู้จักชนะ รู้วิธีการเอาตัวรอด รู้จักการประดิษฐ์สิ่งของที่เหลือใช้ ที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้อยู่คู่คนไทย ให้ตราบนานเท่านาน

Cr. ขอขอบคุณภาพดีๆจาก Face Book ศูนย์รวมความรู้การเกษตร

บทความน่าสนใจ ของเล่นภูมิปัญญาไทย

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *