ครั้งแรกในชีวิต ที่ได้เข้าชมคอนเสิร์ตของพี่ตูน Bodyslam

 มีคลิป

 ครั้งแรกในชีวิต

        เคยไหมการจะทำอะไรๆที่เป็น ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งมันเป็นความตั้งใจหรือไม่ก็เป็นเป้าหมายของชีวิต  แต่ต้องแย่งชิงกับคนอื่นๆหรือไม่ก็ต้องต่อคิว เป็นแถวยาวเหยียดหลายๆ 10 เมตร  แถมยังต้องอดทนกับการรอคอยเป็นชั่วโมงชั่วโมง  ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งคน  ที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสาม ไปต่อคิวขึ้นทะเบียน รถคันแรก ในปี พ.ศ 2556  โดยวันที่ผมไปนั้น  เป็นวันใกล้ๆ วันสุดท้ายของการจองรถคันแรก  ซึ่งกว่าจะทำอะไรๆ แล้วเสร็จทุกขั้นตอนก็เกือบครึ่งวัน ละครับ

        เมื่อไม่นานมานี้  ผมตื่นเต้นมากที่ จะได้เข้าชมคอนเสิร์ตของพี่ตูน Bodyslam เป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งต้องต่อคิว เพื่อเข้าในคอนเสิร์ตและจะได้เป็นคนแรกๆ  ที่ไปยืนอยู่ข้างหน้าใกล้ๆขอบเวที  เพราะจะได้เห็นพี่ตูน Bodyslam ใกล้ๆหรือไม่ก็ หากโชคดี  และอาจจะได้จับมือกับพี่ตูน Bodyslam เหมือนกับคนอื่นๆบ้าง

         แต่เอ้อสิครับ การเป็นคนแรกๆ ต้องอดทนรอขนาดไหน กำหนดการของคอนเสิร์ตจะเริ่มแสดงในเวลา 18.30 น. ผมต้องไปต่อคิวตั้งแต่เวลา 17.00 น.  เพื่อเข้าไปในงานคอนเสิร์ต  ซึ่งประตูจะเปิดตอนเวลา 18.00 น. เมื่อประตูเปิดออก คนก็กรูแย้งกันเข้าไปข้างใน  แล้วยังไม่พอครับ เพราะต้องทนนั่งรอพี่ตูน Bodyslam  เป็นชั่วโมง

        ซึ่งกว่าพี่ตูนจะขึ้นเวทีมาแสดงก็เวลา 19.00 น เมื่อพี่ตูน bodyslam ขึ้นเวที   เสียงผู้ชมก็เริ่มกรีดร้อง  หลังจากนั้น Bodyslam ทั้งทีมก็มาโค้งคำนับให้กับผู้ชม   แล้วก็เริ่มโซโล่เพลงแรก  ขณะเดียวกันผู้ชมจำนวนมาก ก็ยกโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมา แล้วก็ถ่ายภาพหรือไม่ก็ถ่ายวีดีโอ ลงโซเชียล หรือไม่ก็ส่งต่อให้คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างนอกคอนเสิร์ตได้อิจฉาเล่นๆ  ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของคนสมัยนี้ไปแล้ว  และผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยจุดมุ่งหมายของผม สำหรับการบันทึกวีดีโอ  พี่ตูนครั้งนี้  ก็เพื่อจะนำ VDO อวดคนอื่นๆ บ้างฮ่าๆๆ  แอบอมยิ้มเล็กๆ

          และแล้วเมื่อเพลงแรกจบลง พี่ตูน Bodyslam ก็สั่งให้มือกีตาร์ มือกลองหยุดเล่น  แล้วก็พูดกับผู้ชมว่า  “เราจะมาสนุกกับคอนเสิร์ตหรือจะมาถ่ายภาพกัน เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องให้โลกรู้ก็ได้   การมาชมคอนเสิร์ต ก็ต้องทำให้ตนเองมีความสนุกสนาน  ได้กระโดดโลดเต้นไปกับเพลง  ในเมื่อชีวิตมันเป็นของเรา  คนที่ได้รับความสุขก็คือเรา”   บอกเลยว่าตอนนั้นผมเองก็สลดเหมือนกัน   แต่ก็อยากถ่ายภาพต่อนะฮ่าๆๆ

         พี่ตูนพูดจบ ก็ร้องเพลงต่อ  และการสร้างบรรยากาศให้ผู้ชมมีส่วนร่วมมากขึ้น พี่ตูนเริ่มสะกดผู้ชมได้  ผู้ชมโบกมือตาม โดยที่พี่ตูนก็กระโดดโลดเต้นไปทั่วทั่งเวที  เพื่อให้ผู้ชมได้กระโดดตาม  ในเพลงสุดฮิต  พี่ตูนก็ให้ผู้ชมเอาไฟโทรศัพท์มือถือของตนเอง ส่องขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็โบกไปมา โดยเพลงนี้ ใครที่เป็นสาวกของ Bodyslam ก็คงรู้ดีนะครับฮ่าๆๆ

        พี่ตูนสะกดจิตของผู้ชมอีกครั้ง  ด้วยการแบ่งฝั่งผู้ชมออกเป็นซ้าย-ขวา  เพื่อแข่งขันกันร้องทำนองที่พี่ตูนบอก สร้างการมีส่วนร่วม ทำให้ผู้ชมไม่รู้สึกว่าตัวเองมาดูคอนเสิร์ต   แต่ทำให้คนดูรู้สึกได้ว่า  มาแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับพี่ตูน นอกจากนั้นพี่ตูนยังได้คัดเลือกคนขึ้นไปร้องเพลงคู่กับพี่ตูน   เพื่อสร้างความเป็นกันเอง  จึงสร้างความประทับใจให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี บอดี้สแลมทำหน้าที่ เป็นนักเอนเตอร์เทนผู้ชมได้ดีมาก

          เต็มที่กับการร้องเพลง  ถึงแม้ว่าเขาจะมีเหงื่อไหลท่วมตัว ก็ไม่แสดงอาการอ่อนล้าให้เห็นเลยสักนิดเดียว  ในการแสดงคอนเสิร์ต พี่ตูนเตรียมตัวมาดีมาก เป็นคนที่มีความแข็งแรงและเข้มแข็งมาก  สังเกตได้จาก  ช่วงหนึ่งที่ Bodyslam ทำตัวเองให้แข็งเหมือนกับหุ่นยนต์หลังเวที  แล้วให้ทีมงานคนอื่น  ยกพี่ตูนย้ายไปด้านหน้าเวที  ซึ่งเหมือนกับการยกก้อนหินเลยทีเดียว และในระหว่างการร้องเพลง เสียงของพี่ตูนไม่มีตก

            พี่ตูน Bodyslam นับได้ว่าเป็นนักร้อง ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการวิ่งเพื่อการกุศล ตั้งแต่ใต้สุดของประเทศไทยไปสิ้นสุดที่ภาคเหนือของประเทศ  เพื่อหาเงินจากผู้มีจิตกุศล นำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ ซึ่งการวิ่งครั้งนั้นพี่ตูนได้รับเงินบริจาคเป็นพันกว่าล้านบาท จึงทำให้ตูน Bodyslam เป็นไอดอลของนักร้องหลายๆคน รวมทั้งเป็นคนต้นแบบของผู้คนทั่วไป

            จากประสบการณ์ ครั้งแรกในชีวิต  สิ่งวิเศษที่ได้รับคือ ความสุข  เมื่อเราคิดถึงมัน จะพบว่ามันคุ้มค่ากับเวลารอคอยจริงๆ  ดังนั้นขอให้พวกเราจงอดทนรอเถอะครับ   ถ้าสุดท้ายแล้วเราจะได้รับพลังวิเศษนั้น

บทความที่น่าสนใจ การสะกดจิต เทคนิคเอาผู้คนให้อยู่มัด จากคอนเสิร์ต ตูน bodyslam

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *